Skip to content
Poomiphat
← All posts
automation · · 4 min read

Personal Working OS EP.1 — สร้าง AI ส่วนตัวที่รู้จักงานเรา แล้วเก่งขึ้นทุกวันที่ใช้

ยิ่งบอก context มาก AI ยิ่งตอบได้ดี — แต่ใครจะพิมพ์ซ้ำทุกครั้ง? Personal Working OS แก้ปัญหานี้ด้วยการเก็บ context เกี่ยวกับตัวเราไว้ให้ AI ใช้อัตโนมัติ

หลายๆคนจะใช้ ChatGPT, Gemini, Claude เพื่อตอบคำถามต่างๆในชีวิต ช่วยทำงาน และประทับใจกับความฉลาด ประหยัดเวลาให้เราได้มหาศาลอย่างไม่น่าเชื่อ

แต่วันนี้จะมาแชร์เทคนิค ให้ชีวิตเราสะดวกขึ้นมากไปกว่านั้นอีก

AI จะยิ่งเก่งมากขึ้น ถ้ามันรู้ context เกี่ยวกับเรามากขึ้น

เคยสังเกตมั้ย ว่าคำตอบที่ได้จากแชท จะยิ่งฉลาด ตอบตรงประเด็นมากขึ้น ถ้าเราบอกโจทย์ สิ่งที่เราต้องการ หรือข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องเข้าไปด้วย ยิ่งเราบอกเยอะ คำตอบที่ได้ก็จะยิ่งใช้ได้จริงมากขึ้น

ตัวอย่างเช่น ระหว่าง

Q1 : ช่วยแนะนำที่เที่ยวในวันหยุดยาว 5 วันให้หน่อย

คำตอบที่ได้ อาจจะได้ตั้งแต่ เชียงใหม่ ภูเก็ต บางแสน เกาะสมุย ญี่ปุ่น ไต้หวัน

แผนเที่ยวที่ได้ ก็จะกลางๆ ใครๆที่ไปเที่ยวก็ไปตามนั้นกัน

แต่ถ้าเราขยันหน่อย ถามไปว่า

Q2 : ช่วยแนะนำที่เที่ยวในวันหยุดยาว 5 วันให้หน่อย ไปกับเพื่อนอีก 2 คน คนนึงชอบเที่ยวธรรมชาติ อีกคนนึงเป็นสายมู ชอบไหว้พระ ขับรถไม่เป็น เอาแบบเดินทางสะดวก งบไม่เกินคนละ 10,000 บาท ไม่อยากไปประเทศที่เคยไปแล้วด้วย ขอที่ใหม่ๆ ประเทศที่เคยไปแล้วก็เช่น ลาว เวียดนาม มาเลย์

ทีนี้ แผนเที่ยวที่ได้ ก็จะถูกใจเรา ถูกใจเพื่อนร่วมทริปมากขึ้น บางทีอาจจะใช้ตามนั้นได้เลย

แต่ปัญหาก็คือ ใครจะไปอยากพิมพ์ละเอียดๆขนาดนั้น

ความละเอียดที่เพิ่มขึ้นพวกนั้น มันมีชื่อเรียกเท่ๆว่า Context

ยิ่งเราอธิบายละเอียดมากเท่าไร ผลลัพธ์ที่ได้ ก็จะตรงตามอย่างที่เราต้องการมากขึ้น

Personal Working OS คืออะไร

จริงๆแล้วหาคำนิยามสั้นๆง่ายๆ เป็นภาษาไทย แอบยากอยู่เหมือนกัน ขอสรุปตามความเข้าใจประมาณนี้ว่า

ระบบการจัดระเบียบ context ที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา และงานของเรา ให้ AI สามารถใช้อ้างอิงเป็นข้อมูล เพื่อตอบคำถาม ทำงานแทนเราได้ และเข้ากับบริบทของการทำงาน, การใช้ชีวิตของเราได้ถูกต้องและครอบคลุมมากขึ้น

ก่อนยุค AI เป็นที่นิยม มีหลายคนทำ notion template สำหรับการจัดการงานส่วนตัวไว้หลายแบบ ไอเดียก็จะประมาณนี้ - สาย productivity น่าจะคุ้นตา คุ้นหูกันดี

ส่วนในยุคนี้ ที่มี AI + Tools ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Claude code (เครื่องมือ AI ที่ติดตั้งบนเครื่องคอม ทรงพลังกว่า Claude แบบเว็บ เพราะสามารถต่อกับไฟล์งานและระบบต่างๆของเราได้โดยตรง) ที่เราจะพูดถึงในวันนี้

จากที่ได้ลองใช้ ปรับๆมาในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา พบว่าทำให้การจัดการงาน หรือสิ่งต่างๆในชีวิตง่าย และรวดเร็วขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

Working OS เหมือนเราเลี้ยง Pokemon

วันแรกที่เราสร้างขึ้นมา มันจะเหมือน pokemon ที่เพิ่งฟักไข่ออกมาใหม่ๆ หรือเลเวลยังน้อยอยู่ ทำอะไรไม่ค่อยได้มาก อาจจะไม่ค่อยต่างจากคุยกับ ChatGPT เท่าไร มันไม่ค่อยประจบเราเท่าไรด้วยซ้ำ

แต่ถ้าเราได้ใช้ไปเรื่อยๆ ใส่ข้อมูลให้ OS, สอนให้เข้าใจการทำงานของเราผ่านการอธิบาย ว่าเราอยากได้งานแบบไหน แบบไหนดี แบบไหนไม่ดี หรือเรามีเครื่องมืออะไรที่ใช้งานอยู่บ้าง เวลาผ่านไป เลเวลจะมากขึ้น มีท่าใหม่ๆ และช่วยงานเราได้มากขึ้นเรื่อยๆ

ลองใช้แล้วเป็นยังไง

เกริ่นก่อนว่าส่วนตัวดูแลทีม Tech, PM (Product Manager — คนวางแผน feature ของ product), Data, Designer

ส่วนหนึ่งในเนื้องานก็คือการวางแผนงานกับทีม, สื่อสารกับทีมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภายในทีม, ทีมข้างเคียง, ผู้บริหาร

ตัวอย่างที่ 1 : เตรียม presentation สำหรับอัพเดทงานประจำ quarter

เนื้องานคือการรวบรวมว่า 3 เดือนที่ผ่านมา จากสมาชิก Tech & Product ในทีม

ขั้นตอนคือ

จบงานได้ slide พร้อมเล่า ทั้งหมดไม่ถึง 3 ชม. ประทับใจมาก (ปกติทำ slide อย่างเดียวก็ครึ่งวันแล้ว น้ำตาจะไหล)

ตัวอย่างที่ 2 : วิเคราะห์ว่า effort ของทีมในช่วง 90 วันที่ผ่านมา ใช้ไปกับเรื่องไหน มีส่วนไหนที่ควรแก้ปัญหารึเปล่า

อยากรู้ว่า

เพื่อใช้เป็นข้อมูลเพื่อวางแผนแก้ปัญหากับ Engineering manager

เลยใช้ claude code ต่อเข้า Jira (โปรแกรมจัดการงานของทีม Tech) และวิเคราะห์ ticket ในช่วง 90 วันล่าสุด

คำตอบที่ได้ ค่อนข้างลึกถึงขั้นเทียบได้ว่า effort ที่ใช้จริง กับ roadmap ที่วางแผน สัมพันธ์กันหรือไม่ -> เสี่ยงแค่ไหนที่ทิศทางการทำงานในปัจจุบัน จะไม่เป็นไปตาม roadmap ที่วางไว้

เรื่องนี้มองเผินๆอาจจะเป็นแค่การจัดกลุ่มลักษณะงานของแต่ละ Jira card

แต่เนื่องจาก working os ของเรา มี context ที่มากกว่านั้น เลยทำให้

ถ้าไม่มี Context เพิ่มเติม เราจะได้แค่จัดกลุ่ม Jira card ทั่วๆไป ว่าคือบั๊ก หรือ feature เกี่ยวกับเรื่องอะไร

ตัวอย่างที่ 3 : สำหรับคนที่รับงาน freelance หรือดูแล project หลายอย่างพร้อมกัน

ถ้าเรามีลูกค้าหลายคน หรือ project หลายอัน แต่ละอันก็มีความต้องการ deadline และรายละเอียดต่างกัน ปกติเราก็ต้อง scroll หา chat เก่า เปิด spreadsheet หลายไฟล์ หรือพยายามจำเองว่าส่ง draft ให้ใครไปแล้ว ยังค้างอะไรอยู่บ้าง

พอมี working os ที่รู้จักลูกค้าแต่ละคน งานที่ค้างอยู่ และ feedback ที่เคยได้รับ ถามได้เลยว่า “สัปดาห์นี้ต้องส่งอะไรบ้าง มีลูกค้าไหนที่ยังรอคำตอบอยู่” หรือ “ช่วยร่าง email ติดตามงานลูกค้า A ให้หน่อย ในโทนที่คุ้นกันดีแล้ว”

จากที่เคยใช้เวลา scroll หาข้อมูลเองนานหลายนาที -> ถามได้เลยทันที

Working OS ประกอบด้วยอะไรบ้าง

Working OS ของเราประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ

  1. Claude code - เครื่องมือ AI ที่ติดตั้งบนเครื่องคอม จริงๆ cowork ก็พอใช้ได้สำหรับ usecase ส่วนใหญ่ (เริ่มง่ายกว่า หน้าตาเป็นมิตรกว่า) แต่แนะนำว่าถ้าใช้ claude code จะยืดหยุ่นกว่ามาก
  2. Working Folder - เริ่มจาก 1 folder เปล่าๆ ที่เก็บ context การทำงานต่างๆของเรา ตั้งแต่เราเป็นใคร งานที่เราทำ เครื่องมือที่ใช้ บันทึกการตัดสินใจ ข้อมูลสำคัญของ project ต่างๆ ส่วนนี้จะแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน และยิ่งเราใช้ โครงสร้างจะยิ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ตามการใช้งานของเรา

เริ่มต้นยังไง

  1. Download ตัวอย่างจากที่นี่
  2. เปิด claude code ที่ folder ที่ download มา -> ใช้ prompt นี้ (ถ้าใครพอเข้าใจไอเดียแล้ว จะปรับเองตามใจชอบเลยก็ได้ครับ)
Set up my personal OS workspace.

  1. Read current directory structure
  2. Interview me in batches (max 3 questions at a time) — gather only what's needed to
  populate context
  3. Fill files + create any missing folders the OS needs

  Fill these:
  - `CLAUDE.md` — role, tools, domain terms, working style
  - `context/people.md` — key people, roles, communication style
  - `context/cadences.md` — recurring meetings, reporting beats
  - `context/commitments.md` — promises, to whom, by when
  - `MOC.md` — owner, entry point links

  Memory (`.claude/projects/<dir>/memory/`):
  - `user_role.md`, `project_active.md`, `reference_tools.md`, `feedback_work_mode.md`
  (stub), `MEMORY.md` (index)

  Create if missing: `inbox/` `context/` `projects/` `meetings/` `log/` `writing/`
  Ask first: do I manage people? do I report upward? → create `people/` `one-on-ones/`
  `updates/` if yes.

  Rules: absolute dates only · leave blanks if unanswered · link don't duplicate · never
  invent

  Done: print files created/updated → suggest 3 next steps → stop.

หลังจากตอบคำถามเรียบร้อย จะได้ folder structure หน้าตาประมาณนี้ (อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับตอนตอบคำถาม ว่าลักษณะงานเป็นแบบไหน)

my-os/
├── CLAUDE.md              # Claude's instructions for this vault
├── MOC.md                 # Map of contents — start here
├── README.md              # This file
├── inbox/                 # Capture first, sort later
├── context/
│   ├── people.md          # Key people + relationships
│   ├── cadences.md        # Recurring rhythms + deadlines
│   ├── commitments.md     # Promises, append-only log
│   └── decisions.md       # Decision log, append-only
├── projects/              # One file per project
├── meetings/              # Processed notes + _inbox/ for raw
├── log/                   # Dated captures: moments, learnings, ideas
├── people/                # People profiles (created if you manage people)
├── one-on-ones/           # 1:1 notes (created if you manage people)
└── writing/               # Polished output worth keeping

วิธีใช้งาน

เราจะใช้งานผ่าน claude code เป็นหลัก (สำหรับใครที่ไม่คุ้น ให้มองเป็นเหมือนหน้าต่างแชททั่วๆไป คล้ายๆที่เราคุยกับ ChatGPT แต่หน้าตาจะดูดิบๆ Geekๆ กว่าหน่อย แต่ถ้าคุ้นแล้วจะใช้สนุกขึ้นมาก) โดยถ้าอยู่ใน OS folder - claude จะสามารถเปิดไฟล์นั้นดูได้ทั้งหมด ว่าเราเคยจดอะไรไว้บ้าง หรือสร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาจากที่คุยกับเราและได้ข้อมูลใหม่ เพื่อใช้อ้างอิงในอนาคตได้ด้วย

การถามคำถาม หรือเตรียมงานเอกสารทั้งหลายให้ทยอยเปลี่ยนมาใช้ใน folder นี้ (ผ่าน claude code หรือ cowork)

สิ่งที่เราจะได้คือ โครงสร้าง folder ที่เตรียมพร้อมเก็บ Context เรื่องต่างๆของตัวเราเอง และยิ่งเราใช้ โครงสร้าง folder และเนื้อหาข้างในจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ รวมถึงคำตอบของ AI ที่ให้เราได้ จะค่อยๆเฉพาะเจาะจงกับงานเรามากขึ้น

ตัวอย่างเช่น “สัปดาห์หน้ามีอะไรที่ต้องเตรียมบ้าง” — มันดึงจาก

และสรุปมาให้เราทีเดียว

รวมถึงถ้ามีโน้ต, ข้อมูลที่เกี่ยวกับงานต่างๆของเรา ก็โยนมาแปะในนี้ เพื่อให้ OS ของเราเก็บพวกนั้นให้เป็นระเบียน สำหรับการใช้ในอนาคต

พลังจะยิ่งมากขึ้น ถ้าได้เชื่อมต่อกับเครื่องมืออื่นๆ

เราสามารถทำให้ OS ของเรา ต่อกับ tools ต่างๆที่เราใช้งานอยู่ เพื่อดึงข้อมูลจากหลายๆแหล่งมาผสมกัน/ อัพเดทข้อมูลไปที่ tools ต่างๆ (trello, airtable, jira, confluence, email etc) ทำให้เราสั่งงานจาก claude code ที่เดียว ได้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆครบถ้วน โดยไม่ต้องเปิดหลายๆที่ copy paste, แปะ screenshot สะดวกโคตรๆ

หรือสามารถสร้างความสามารถเฉพาะที่เราใช้งานบ่อยๆ (สร้าง skill) เช่น อ่านไฟล์แล้วทำ powerpoint ในรูปแบบ เนื้อหา + theme ที่เราต้องการ จากแหล่งข้อมูลต่างๆได้เลย ไว้โอกาสหน้าจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ

More in automation