Skip to content
Poomiphat
← All posts
automation · · 1 min read

เมื่อความขี้เกียจ นำไปสู่การสร้าง AI ส่วนตัวบน Telegram

ขี้เกียจทำเอกสารเบิกเงินกับฝ่ายบัญชี เลยสร้าง Personal Assistant บน Telegram ด้วย Hermes Agent — ส่งรูปใบเสร็จเข้าไป มันจัดการต่อให้หมด

ความขี้เกียจคือนวัตกรรม

จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้ไม่มีอะไรซับซ้อน มันเริ่มมาจากความขี้เกียจล้วนๆ ครับ… ขี้เกียจทำเอกสารเพื่อส่งเบิกกับฝ่ายบัญชี

ใครที่ผ่านชีวิตการทำงาน corporate น่าจะคุ้นเคยกับลูปนี้ดี: กรอกเอกสารเบิก, แนบใบเสร็จ, ส่ง email ขออนุมัติจากหัวหน้า, รออนุมัติเสร็จ ก็ส่ง email ไปขอเบิกเงินกับบัญชีอีกที ยิ่งถ้าคุณใช้ Mac แต่ไฟล์บริษัทดันเป็น Excel/Word ที่คอยแต่จะงี่เง่าเวลาเปิดใช้งาน บอกเลยว่านั่นคือความหงุดหงิดขั้นสุด

เลยตั้งคำถามกับตัวเองง่ายๆ ว่า: “มันจะมีใครซักคนไหมนะ ที่แค่ส่งใบเสร็จให้ แล้วเขาก็จัดการทำเรื่องเบิกให้เสร็จสรรพ?”

คำตอบคือ… ไม่มี นอกจากเราจะสร้างมันขึ้นมาเอง

นั่นคือที่มาของโปรเจกต์นี้: สร้าง Personal Assistant ส่วนตัว โดยเลือกใช้ Hermes Agent ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้

Baby Yoda: ผู้ช่วยคนใหม่ใน Telegram

ผมให้ฉายาผู้ช่วยตัวจิ๋วนี้ว่า “Baby Yoda” สิ่งที่มันทำได้ตอนนี้คือความมหัศจรรย์เล็กๆ ในชีวิตประจำวัน: แค่ผมโยนรูปใบเสร็จเข้าไปในแชท Telegram มันก็จัดการทำเอกสารเบิกเงินสดออกมาให้ทันที — ประทับใจมาก

แผนขั้นต่อไปที่ผมกำลังจะทำให้จบ คือการให้ Baby Yoda จัดการเขียน email ขอ approval และส่งเอกสารเบิกจากบัญชีให้เสร็จทันทีหลังจากที่ผมส่งเพียงแค่รูปภาพไปให้

Personal Assistant ทำงานได้มากกว่าแค่ทำเอกสารเบิกเงิน

ชื่อของมันคือ “ผู้ช่วยส่วนตัว” เพราะฉะนั้นขอบเขตงานของมันขึ้นอยู่กับว่าเราอนุญาตให้มันทำอะไรได้บ้าง นี่คือสิ่งที่ผมมองว่ามันต่อยอดไปได้อีกไกลมาก:

AI สำหรับ “คุย” vs AI สำหรับ “ทำงาน”

หลายคนอาจจะถามว่า แล้วมันต่างจาก ChatGPT, Claude หรือ Gemini ที่เราใช้อยู่ล่ะ?

ถ้าคุณใช้เพื่อ “พูดคุยและสอบถาม” ความต่างจะชัดเจนมาก เพราะ Personal Assistant ที่สร้าง ไม่ใช่แค่ AI ที่เอาไว้คุยได้ แต่คือ “ลงมือทำงานจริง” ให้เราได้ ทั้งเปิดเมล, เข้าระบบ, ค้นหาไฟล์ หรือแก้ปัญหาตามเวลาที่กำหนด

แต่ถ้าคุณเป็นสายใช้ Claude Cowork หรือ Claude Code ความต่างอาจจะน้อยลงหน่อย สิ่งที่ผมว่าเด่นที่สุดคือการ “สั่งงานได้จากมือถือโดยไม่ต้องเปิดคอม” นี่คือหัวใจสำคัญครับ สำหรับวันที่อยู่นอกสถานที่ แล้วจู่ๆ งานเกิดติดขัด เราไม่ต้องวิ่งหาโน้ตบุ๊ก แค่แชทบอกผู้ช่วยก็จบงานได้เลย

เบื้องหลังความขี้เกียจฉบับคนทำ Tech

สำหรับคนที่อยากเห็นภาพเบื้องหลัง ผมเลือกใช้ Hermes Agent เอาไปวางไว้บน Railway เพราะอยากให้มัน Online รอรับคำสั่งผ่าน Telegram ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ใช้โมเดล Gemini เป็นหลัก เพราะตอบสนองได้ไวและค่อนข้างถูกใจผมที่สุด (ส่วนตัวไม่ค่อยอยากใช้โมเดลค่ายจีนกับงานที่มีข้อมูล sensitive) สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมดรวมแล้วประมาณเดือนละ $5 (ไม่รวมค่า API โมเดล) ถ้าเพิ่ม use case อื่นเข้าไป ให้ทำได้หลายๆอย่าง ก็ถือว่าคุ้มค่ามากกับเวลาที่ประหยัดไปได้ (จริงๆเป็นแค่ค่าเรียนรู้ก็คุ้มแล้ว)

สรุป: แค่เริ่ม แล้วความขี้เกียจจะทำให้งานของเราเปลี่ยนไป

โปรเจกต์นี้สอนผมว่า การมองเห็น “ความหงุดหงิด” ในงานประจำวัน ไม่ใช่แค่เรื่องที่ต้องทนไป แต่เป็นช่องว่างชั้นดีให้เราเอา Tech เข้ามาลอง

การสร้าง Personal Assistant อาจจะดูเป็นเรื่องไกลตัว แต่ในยุคที่เครื่องมืออย่าง Hermes Agent เข้าถึงง่ายแบบนี้ สิ่งที่กั้นระหว่างเรากับ “ผู้ช่วยส่วนตัว” ก็เหลือแค่ความกล้าที่จะเริ่มลงมือทำเท่านั้น

ถ้าคุณมีงานซ้ำๆ ที่ทำแล้วน่าเบื่อ ลองถามตัวเองดูว่า… วันนี้เราจะส่งงานไหนให้ AI ไปทำแทนได้บ้าง? เพราะบางครั้ง การเอาชนะความขี้เกียจที่ดีที่สุด ไม่ใช่การฝืนทำมัน แต่คือการสร้างเครื่องมือให้มันจัดการแทนเราซะ

More in automation